วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำถามที่ 20: มหาวิทยาลัยจะสื่อสารและรับรู้ความคาดหวัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของนักศึกษาและบุคลากรผ่านช่องทางใดบ้าง

ในระยะแรก มหาวิทยาลัยมีช่องทางการสื่อสารกับนักศึกษาและบุคลากร โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับสถานะสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ดังนี้
1. การประชุมเพื่อให้ข้อมูลและรับฟังความคาดหวัง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของนักศึกษาและบุคลากร ซึ่งจะมีการจัดเวทีในทุกวิทยาเขตมหาวิทยาลัย
2. การสื่อสารผ่านทาง e-Mail งานประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่ hatyai-pr@group.psu.ac.th
3. การสื่อสารผ่าน Facebook: PSU Autonomy ที่ https://www.facebook.com/ groups/ 502809166466344/ ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและเสนอความคิดเห็นต่อการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
4. การให้คำตอบต่อคำถามที่พบบ่อย PSU Autonomy: FAQ ที่ http://psuautonomy.blogspot.com/
5. การให้ข้อมูลผ่าน Website ของมหาวิทยาลัยในทุกวิทยาเขต และ จดหมายข่าว
6. การสำรวจการรับรู้ ความคาดหวัง และความคิดเห็นของประชาคม ม.อ.ผ่านระบบออนไลน์ (อยู่ระหว่างการดำเนินงาน)

คำถามที่ 19: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยึดมั่นหลักการใดในการขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นรักษามาตรฐานทางวิชาการไว้อย่างเข้มแข็งด้วยค่านิยม PSU ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือ การดำเนินงานระดับมืออาชีพในทุกภารกิจ (P-Professionalism) ด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (S-Social Responsibility) โดยพลังร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายจากทั้งห้าวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (U-Unity) ภายใต้การบริหารจัดการที่คำนึงถึงโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาของนักศึกษา ความมั่นคงของบุคลากร หลักธรรมาภิบาล และผลสำเร็จของงาน

คำถามที่ 18: การมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยจะมีนโยบายในการดูแลช่วยเหลือนักศึกษาที่มีฐานะยากจนอย่างไร

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยึดมั่นในปณิธาน “ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” มุ่งสร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งที่เป็นทุนยกเว้นค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษาจากคณะวิชา จากมหาวิทยาลัย และทุนจากหน่วยงานและบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยและคณะต่าง ๆ ได้ดำเนินการอยู่แล้ว 

คำถามที่ 17: ข้อมูลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นจะนำไปใช้เพื่อการใด

การรับฟังความคิดเห็น ฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ให้ประชาคมได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ในการยกร่าง พ.ร.บ. และ การจัดทำข้อบังคับ ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อห่วงใยจากนักศึกษาและศิษย์เก่าผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อการสื่อสารและการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนระหว่างกัน กิจกรรมประกอบด้วยการจัดประชุม สัมมนา อภิปราย เสวนา ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง 5 วิทยาเขตของมหาวิทยาลัย 

คำถามที่ 16: ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ มีกี่แห่งที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2556 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ในจำนวนนี้มี 5 แห่งที่ปรับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับฯ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 4 แห่งดัง มีการดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับฯ อย่างชัดเจน 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยสุดท้ายที่เริ่มขับเคลื่อนในเรื่องนี้ โดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณบดีครั้งที่ 4/2556 วันที่ 4 เมษายน 2556 และจะดำเนินการร่างพระราชบัญญัติ และ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี 

คำถามที่ 15: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง ในกระบวนการปรับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

1. การวางแผนและกำหนดทิศทางดำเนินงานในภาพรวม ศึกษาหลักการของการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ รวมทั้ง ศึกษาเปรียบเทียบพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ การวิเคราะห์ข้อดี และจุดอ่อน เพื่อนำข้อดีมาเป็นหลักในร่างพ.ร.บ. พร้อมทั้งพิจารณาหาหนทางป้องกันแก้ไขจุดอ่อนที่อาจจะเกิดขึ้น ภารกิจนี้รับผิดชอบโดย คณะกรรมการดำเนินงานขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นประธาน

2. การจัดเตรียมด้านกฎหมาย คือ การร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย คณะทำงานยกร่างพระราชบัญญัติ ฯ มีรองอธิการบดี อาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา เป็นเป็นประธาน ฯ

3. การจัดเตรียมระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย คือ การร่างข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคณะทำงานยกร่างข้อบังคับ ฯ มีรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ เป็นประธาน ฯ

4. การเตรียมความพร้อมในเรื่องของความรู้ความเข้าใจของประชาคม ม.อ. ต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลต่อเรื่องนี้โดยละเอียดและต่อเนื่อง รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคลากรและนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณ์นโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอย่างเต็มที่ รับผิดชอบโดยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาคม ม.อ. ฯ มีรศ.ดร.เกริกชัย ทองหนู รองอธิการบดีฝ่ายระบบสารสนเทศและโครงสร้างกายภาพ เป็นประธาน ฯ 


คำถามที่ 14: มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะได้รับงบประมาณจากภาครัฐเฉพาะเงินเดือนบุคลากรเท่านั้นใช่หรือไม่

ทางรัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนงบประมาณแก่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิมทั้งในส่วนเงินเดือน งบดำเนินการ งบครุภัณฑ์ ที่ดินสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งเงินอุดหนุนโครงการต่าง ๆ การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นการปรับเปลี่ยนระบบบริหารให้คล่องตัวไม่ต้องใช้ระเบียบราชการ ทำให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยยึดหลักธรรมาภิบาลกำกับการดำเนินงาน